วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

ระดับขั้นของการบรรลุมรรคผล บนโลกดิจิตัล


"ลิขสิทธิ์ทางปัญญา" เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ใครๆ ต่างหวงห้าม ก็อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ แรงสมอง คิด เค้น ค้น ประดิษฐ์ประดอย กว่าจะออกมาเป็นผลงานแต่ละชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีคนอยู่ไม่น้อย เป็นจำพวกติสต์แตก อารมณ์ศิลปินพุ่งพล่าน หรือไม่ก็อาจมีพระอรหันต์องค์ใดเข้าสิง จึงเกิดอาการอยากสละความสุขทางโลกอันจอมปลอมทั้งหลาย และสละแม้กระทั่งทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองเป็นทาน ให้แก่สัตว์โลก

อย่าเพิ่งตกใจไปว่าเราจะสละโลกหันไปศึกษาพระธรรม เพียงแต่ต้องการจะพูดถึงเรื่องของความเสียสละ และอุดมการณ์ของนักคิด นักประดิษฐ์ทั้งหลายบนโลกดิจิตัล เท่านั้น ว่ากันไปก็คือ วันนี้จะพูดถึงสิ่งที่ตรงกันข้าม "Copy rights" หรือ "All Rights Reserve" ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์ทางปัญญา มาพูดถึงการแบ่งปันบนโลกออนไลน์ที่ใช้ชื่อว่า "Creative Commons" หรือ "Some Rights Reserve" ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์ให้ไม่จำกัดสิทธิ์ หรือการจำกัดสิทธิ์บางประการเพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้นสามารถพัฒนา ดัดแปลงต่อเนื่อง หรืออย่างน้อยก็สามารถ Share ได้ ว่ากันว่าคือสละให้เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลกนั่นเอง

Creative Commons (CC) คือ การลิขสิทธิ์ประเภทหนึ่ง ที่จำกัดสิทธิ์เพียงบางประการ ในการให้ผู้อื่นนำไปทำต่อ ดัดแปลง พัฒนา หรือแบ่งปันนำไปใช้ระหว่างกัน โดยเป็นลิขสิทธิ์ เพื่อจำกัดลิขสิทธิ์ กล่าวคือ เกิดขึ้นเพื่ต่อต้านการจำกัดสิทธิ์ด้วยระบบลิขสิทธิ์แบบเดิมๆ ที่ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการแบ่งปัน และพัฒนาต่อ

เน้นไปที่ 4 ประการคือ
1. Attribution หรือ การยกย่อง ให้เครดิตแก่เจ้าของผลงาน
2. No Derivative Works คือ ห้ามดัดแปลงผลงานเด็ดขาด
3. Noncommercial คือ ห้ามนำไปกระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายลักษณะการหารายได้ หรือผลประโยชน์
4. Share Alike คือ ให้ติด CC นั้นตลอดไป

นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานกันระหว่าง CC แต่ละแบบ ได้สารพัดตามแต่ใจของเจ้าของผลงาน ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.creativecommons.org/

อธิบายง่ายๆ CC ก็เหมือนระดับคุณธรรมของเจ้าของผลงานนั่นเอง แล้วแต่ใครจะมีกิเสลสมากกิเลสน้อย และยังยึดติดใน สุข ลาภ ยศ สรรเสริญ เท่าไหร่นั่นเอง

ระดับการบรรลุขั้นที่ 1 คือ ระดับของการเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง รู้จักการแบ่งปันให้แก่เพื่อนร่วมโลก นั่นคือ ระดับการให้ Share Alike และ Noncommercial นั่นเอง แต่ผู้ที่เข้าถึงระดับนี้ได้อาจยังมีกิเลสขั้น "อัตตา" หรือการยึดติดความเป็นตัวตนหนาแน่นอยู่ จึงไม่อาจสละความคิดที่ว่า "ผลงานของชั้นดีเลิศที่สุดในโลก" ออกไปได้จึงอาจมีการบังคับ NO Derivative Works ไม่ให้ดัดแปลง ทำซ้ำ กระทำการใดๆ อันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในผลงานอันทรงคุณค่าหนึ่งเดียวของเค้า

ระดับการบรรลุขั้นที่ 2 คือ ระดับที่สูงขึ้นมาอีกกล่าวคือสามารถสละตัวตนออกไปได้ เข้าข่ายจะเอาผลงานของชั้นไปปู้ยี้ปู้ยำ หรือพัฒนาต่อยังไงก็ได้ชั้นไม่ว่า ถ้าคิดว่าทำแล้วดีกว่าเดิม แต่ขออย่างเดียวว่า ยกย่องให้เกียรติชั้นสักหน่อยว่านี่มันเริ่มต้นมาจากงานของชั้น ระดับนี้ยังติดตรา Attribution ยังมีอัตตาสูงอยู่ แถมยังเป็นพวกทำดีหวังได้บุญ หรือหวังหน้าตา สละ ลาภ ยศ สรรเสริญ ออกไม่ได้ เลยยังไม่ถึงนิพพานเสียที

ระดับการบรรลุขั้นสูงสุด คือ การปลดพันธนาการทั้งหลายออกหมด เข้าสู่ภาวะนิพพานบนโลกออนไลน์ ไร้การยึดติด ไร้ตัวตน(จริงๆ เพราะไม่มีใครอ้างถึง) ไม่ต้องการลาภ ยศ ชื่อเสียง

นอกจาก CC แล้ว Open Source หรือ Software ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้แก้ไข พัฒนาตัวโปรแกรมได้ก็เป็นงานลิขสิทธิ์แบบ CC ประเภทหนึ่ง กล่าวคืออยู่ในระดับการบรรลุขั้นที่ 2 ซึ่งก็ถือว่าเป็นการมีคุณธรรมขั้นสูงของผู้ผลิตที่ขอให้เกิดการพัฒนา แบ่งบันระหว่างกัน เข้าใจ Concept ของการ Sharing ซึ่งเป็นหัวใจของ Web 2.0 ได้ชัดเจน แต่อย่าเข้าใจผิดว่า Freeware คือ OpenSource ล่ะ เพราะมันบรรลุแค่ระดับ 1 เท่านั้นกล่าวคือให้ใช้ได้ แต่ห้ามขายห้ามดัดแปลงผลงาน ตัวอย่างเช่น WinAmp I.E. เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น: