วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

แนวคิด Wisdom of Crowds จุดกำเนิด Web 2.0


ถึงแม้แนวคิด Wisdom of Crowds หรือ ความฉลาดของกลุ่มชนจะเพิ่งมาโด่งดังได้ไม่นาน ถ้าเทียบกับความโด่งดังของ Web 2.0 แต่การกำเนิดขึ้นของแนวคิด Web2.0 นั้นก็เริ่มต้นมาจากพื้นฐานความเชื่อเรื่องความฉลาดของกลุ่มชน ซึ่งเป็นความคิดของซีกโลกตะวันตกนั่นเอง

ความฉลาดของกลุ่มชน คือ แนวคิดที่เชื่อว่า หลายหัวดีกว่าหัวเดียว แต่ละคนย่อมมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีใครเห็นไปทุกด้าน รู้ไปทุกด้าน คนหนึ่งอาจรู้ดีแง่ลึก คนหนึ่งอาจรู้ดีในภาพรวม เมื่อช่วยกันคิด ช่วยกันทำ จึงเกิดผลลัพธ์ในลักษณะหลายมิติ นั่นคือกระบวนการคิดสาธารณะ หรือกระบวนความคิดของกลุ่ม แต่ไม่ใช่กระบวนการ "แบบกลุ่มๆ" ของการเมืองไทยในปัจจุบัน

ความฉลาดของกลุ่มชนจะเกิดขึ้นได้ภายใต้ปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยทางสังคมบางประการ กล่าวคือ บุคคลจะต้อยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เปิดกว้างฟังความเห็นของคนอื่น และสังคมจะต้องมีคนที่ฉลาดเท่าเทียมกัน ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ก็อย่างที่บอกว่ายังเกิดในสังคมไทยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีปัญหาคาราคาซังอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เลยกลายเป็น "ความโง่ของพวกชั้น" "ความโง่ของพวกเธอ" ไม่ใช่ "ความฉลาดของคนไทย"

แม้แต่ "การเมืองใหม่" ซึ่งเป็นข้อเสนอของฝ่ายพันธมิตรฯ นั้นก็ขัดกับหลักความคิดนี้สิ้นดี เพราะให้เชื่อมั่นในกลุ่มบุคคล ตัวบุคคล ที่ทรงความรู้ และอยู่ในสถานภาพอันสูง ควรเคารพในสังคม เป็นวิธีคิดแบบตะวันออกขนานแท้ กล่าวคือ เชื่อในเมธี เชื่อในนักปราชญ์ เป็นทางออกที่ใช้กันในหลายประเทศตะวันออกได้ผล ไม่ว่าจะญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ แต่สำหรับสถานการณ์ในประเทศปัจจุบันคงเป็นไปได้ยาก เพราะถึงทางตันของวิกฤติศรัทธาหา "ฮีโร่ขี่ม้าขาว" คนนั้นยังไม่เจอ

กลับมาเรื่อง Web 2.0 กันต่อ แม้ว่าปัจจุบันคำๆนี้จะค่อนข้างเก่า เพราะกำลังพูดไปถึง Web10.0 กันแล้ว แต่แนวคิดนี้ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่พลิกโฉมโลกได้ในพลิบตา

ภายใต้แนวคิด Web 2.0 เพียงแนวคิดเดียวยังสามารถพัฒนาเครื่องมือ วิธีการใหม่ๆ ออกมาได้อีกมากมาย แม้กระทั่งว่าต่อไปหากคนเราสามารถสื่อสารกันผ่านโทรจิตได้ก็ตาม แนวคิดนี้ก็ยังจะไม่ตาย เพราะอะไรนั่นหรือ

เพราะ Web2.0 คือการว่าด้วยการไหลของข้อมูลในระบบเปิดระบบใหญ่ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกๆ จุดเองสามารถกลายเป็นแหล่งกำเนิดข้อมูลประเภทหนึ่งๆ ได้ และสามารถแก้ไข ตรวจสอบข้อมูลระหว่างกันได้ เป็นระบบที่นำมาสู่แนวคิด "ความเป็นสาธารณะ" ของจริง ทำลายพรมแดนทั้งหมดอย่างแท้จริง หากจะกล่าวว่าอินเตอร์เน็ตทำลายเส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์ Web 2.0 ก็คือสิ่งที่ทำลายเส้นแบ่งทางความคิด ชนชั้น การเข้าถึง ฯลฯ และทุกอย่างอออกไปได้อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งเส้นแบ่งระหว่างการเป็น Sender และ Reciever ในกระบวนการสื่อสาร

ในโลกออนไลน์แบ่งสถานะเป็น 2 แบบ คือ User กับ Provider แต่ Web 2.0 ทลายเส้นแบ่งนั้น ให้ทุกคนสามารถเป็นได้ทั้งสองสถานะพร้อมกัน เห็นได้ง่ายๆ จาก การใช้ Blog หรือ Social Media ต่างๆ ในปัจจุบัน

Web 2.0 ไม่เชื่อมั่นในตัวบุคคล เท่ากับเชื่อมั่นในความฉลาดของกลุ่มชนนั่นเอง จึงกำเนิดเทคโนโลยีใหม่ๆที่พลิกโฉมโลกออกมา ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง เราจะสามารถเขียนสารานุกรมได้ เหมือนที่เกิดขึ้นใน Wikipedia สารานุกรมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสารานุกรมของคนทั้งโลก ที่ถูกตรวจสอบโดยคนทั้งโลก เข้าถึงไดโดยคนทั้งโลก

การก้าวเข้าสู่ Web 2.0 เป็นการยอมรับการเปิดกว้างทางปัญญาแบบใหม่ๆ ให้เป็นสมบัติของสาธารณะมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของ Creative Commons เป็นต้น

Thai PBS หรือทีวีสาธารณะเองก็อยู่บนรากฐานของแนวคิด Wisdom of Crowds นั่นเอง เพราะเป็นพื้นที่ของสาธารณชน ที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ในทุกบทบาท ทั้งผู้ชมที่มีปากมีเสียงเต็มที่ หรือเป็นเจ้าของผู้ผลิตรายการ จะเห็นว่าประเทศไทยก็นำแบบจำลองนี้มาจากประเทศตะวันตก ถ้าสามารถประยุกต์แนวคิดนี้ไปใช้กับด้านอื่นๆ เช่น การเมืองได้ ก็คงดี

ไม่มีความคิดเห็น: